ปรับรูปหน้า

ปรับรูปหน้า และลดเลือนริ้วรอย

คุณสมบัติของสาร สามารถลดเลือนริ้วรอย และยังสามารถนำมาฉีดลดกราม ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้นได้ เมื่ออายุมากขึ้นกล้ามเนื้อบริเวณลำคอจะทำงานมากขึ้น และดึงใบหน้าให้หย่อนคล้อยลง การฉีดจะช่วยทำให้กรอบใบหน้าชัดขึ้น และยกกระชับใบหน้าขึ้นได้ แต่จะได้ผลดีในคนที่สาเหตุของการ หย่อนคล้อยที่มาจากกล้ามเนื้อ โดยอาศัยเทคนิคการออกแบบรูปหน้า เฉพาะตัวของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งนับเป็นทางเลือกใหม่ในการปรับรูปหน้า แก้ไขจุดบกพร่องโดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม หลังฉีดสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ทันที ไม่ต้องพักฟื้น

โดยหลังการฉีดไปที่มัดกล้ามเนื้อแล้ว ตัวยาจะจับตัวกับปลายเส้นประสาทที่เชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อและออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อไม่ทำงาน แต่กล้ามเนื้อมัดอื่นที่ไม่ได้ฉีด ก็สามารถใช้งานได้ตามปกติ ทำหน้าที่บดเคี้ยวได้หลังจากฉีดลดกรามแล้วโดยทั่วไป 1-2 อาทิตย์ จะเริ่มสังเกตได้ว่ากรามลดลง หน้าดูเรียว V shape ขึ้น แต่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนจะเห็นได้เมื่อครบ 1 เดือนแล้ว ผลลัพธ์คงอยู่ได้ นานประมาณ 6-8 เดือนหรือช้า เร็วกว่านั้นแล้วแต่บุคคล

ก่อนฉีดควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

  • งดรับประทานยา หรือวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น ยาแอสไพริน ยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-SteroidalAnti-Inflammatory Drugs: NSAIDs) ยาวาร์ฟาริน (WARFARIN) วิตามินซี น้ำมันตับปลา แปะก๊วย
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เหล้า เบียร์ ไวน์ น้ำหมัก
  • งดรับประทานอาหารประเภทหมูกะทะ ปิ้งย่าง ชาบู ที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อนๆ
  • งดรับประทานอาหารที่เผ็ดมากๆ หรือแสบร้อนจนหน้าแดง
  • งดรับประทานอาหารหมักดอง เพราะมีสารที่ทำให้เส้นเลือดขยายตัว เช่น ปลาร้า หน่อไม้ดอง มะม่วงดอง
  • งดสูบบุหรี่ ในบุหรี่มีสารหลายชนิดที่ขยายหลอดเลือด ไม่ควรประคบร้อน

ขั้นตอนการฉีด

  • แพทย์ตรวจสอบสภาพผิวที่จะทำการฉีด และพูดคุยกับผู้เข้ารับบริการว่าจะฉีดบริเวณจุดไหนบ้าง รวมถึงยี่ห้อผลิตภัณฑ์ ในการฉีดว่า เป็นยี่ห้อใด
  • แพทย์จะทายาชา หรือใช้น้ำแข็งประคบบริเวณที่จะฉีดก่อน เพื่อให้ไม่รู้สึกเจ็บเกินไป
  • แพทย์ทำการฉีด โดยจะใช้เข็มขนาดเล็กฉีดสารโปรตีนปริมาณพอเหมาะลงไปที่กล้ามเนื้อ เวลาในการฉีดจะประมาณ 10-15 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณ และปริมาณที่ฉีด

การดูแลตัวเองหลังฉีด

    หลังจากฉีดแล้ว ผู้เข้ารับบริการควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ซึ่งมักได้แก่
  • ไม่นอนราบในช่วง 3-4 ชั่วโมงแรกหลังจากฉีด เพราะสารอาจไหลไปในบริเวณที่ไม่ต้องการ
  • ให้นอนหงายหนุนหมอนสูงในคืนแรกของการรักษา
  • ไม่ประคบร้อน และระวังอย่าให้ลมร้อนจากไดร์เป่าผมไปเป่าบริเวณที่เพิ่งฉีดมาเป็นเวลา 2 สัปดาห์
  • ไม่นวด กด บีบ คลึง บริเวณที่เพิ่งทำการฉีดมา เป็นเวลา 6-8 ชั่วโมง เนื่องจากการทำให้ยากระจายไปออกฤทธิ์ยังบริเวณอื่นได้
  • หากมีอาการบวมแดงหรือช้ำในช่วง 1-2 วันแรกหลังการฉีด (ซึ่งเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้เนื่องจากเข็มฉีดยา) ให้ใช้น้ำแข็งประคบได้
  • ควรไปพบแพทย์ตามนัดเพื่อประเมินผลการรักษา และหากพบความผิดปกติก่อนวันนัด เช่น หนังตาตก ปวดศรีษะ ปวดคอ เห็นภาพซ้อน ตาแห้ง มีอาการแพ้หรือหายใจไม่สะดวก ควรติดต่อแพทย์ทันทีเพื่อปรึกษาว่า ควรเลื่อนการฉีดออกไปก่อนดีหรือไม่